ประโยชน์ของวิตามินซีกับความงาม
1.วิตามินซีสามารถป้องกันอันตรายจากแสงยูวี โดยผลวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า หากเราทาวิตามินซีก่อนออกแดดจะสามารถลดปัญหาผิวไหม้ บรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด (เมื่อทาร่วมกับครีมกันแดดก็จะสามาระป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้ดีขึ้น)
2.มีฤทธิ์ต้านการเกิดออกซิเดชั่น (Antioxidant) ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากความชราของผิวหนัง วิตามินซีจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เพิ่มขึ้น โดยได้มีการทดลองทาวิตามินซีที่ใบหน้าเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าทำให้เส้นริ้วรอยบางๆ จางหายไป ผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น
3.ทำให้เม็ดสีเมลานินจางลง ช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ในคนที่เป็นฝ้า กระ รอยดำ ส่งผลให้ผิวพรรณสดใส และช่วยสมานแผล
Vitamin C แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งทำให้การผสมแตกต่างกัน
1.กลุ่มกลัวน้ำ คือ Vitamin C L-Ascorbic Acid (LAA) จุดเด่นคือมีประสิทธิภาพดีที่สุด เท่าที่ทราบปัจจุบันยังไม่มีวิตามินซีตัวไหนมีประสิทธิภาพดีเท่ากับตัวนี้ สาเหตุคือ ผิวเราสามารถดูดซึมเข้าไปใช้เลยทันที แต่ข้อเสียคือมีความเสถียรต่ำ ทำให้เสื่อมสภาพเร็ว
2.กลุ่มไม่กลัวน้ำ มีหลายตัว เนื่องจากหลายผู้ผลิตพยายามพัฒนะขึ้นมา โดยจุดประสงค์คือ มีความเสถียรแม้โดนน้ำ และ มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ LAA มากที่สุด เช่น MAP (Magnesium Ascorbyl Phosphate) , SAP (sodium ascorbyl phosphate), AA2G (Ascorbic Acid 2-Glucoside), Ethyl Ascorbic Acid (3-O-Ethyl-L-ascorbic acid)
ข้อดีของ D.I.Y. vitamin C serum
-ค่าใช้จ่ายถูกมาก
-ผสมง่าย ใช้เวลาทำไม่นาน
D.I.Y. vitamin C serum แบบง่ายๆ
อุปกรณ์
1.L-Ascorbic Acid 5-20%
2.Glycerin 1-3 หยด
3.ขวดแก้วสีชา แบบ Dropper
4.กระดาษลิตมัส
5.โทนเนอร์ (ควรเลือกตัวที่บำรุงผิวด้วย) เช่น โทนเนอร์ของ Thayers กลิ่น Rose Petal Witch Hazel, with Aloe Vera Formula หรือจะใช้โลชั่น ฮาดะ ลาโบะ สูตร ซูเปอร์ ไฮยาลูโรนิค แอซิด มอยส์เจอร์ไรซิ่ง โลชั่น หรือไม่ก็ใช้น้ำกลั่น ในปริมาณ 85-95%
**แนะนำให้ใช้โทนเนอร์เพราะมันมีส่วนผสมที่บำรุงผิวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไม่เติมสารอื่นเพิ่มมากมาย
**โทนเนอร์ที่ไม่ควรใช้ผสมกับวิตามินซีคือ โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของ arbutin, อนุพันธ์ของวิตามินซีรูปแบบอื่นๆ เช่น ascorbyl glucoside, sodium ascorbyl phosphate, magnesium ascorbyl phosphate และวิตามินบีสาม (niacinamide) เพราะ arbutin จะทำให้สารเหล่านี้เสื่อมสภาพ ส่วน niacinamide หากอยู่ในสภาวะที่เป็นกรดจะค่อยๆเปลี่ยนเป็น niacin เพราะจะเสื่อมสภาพได้เมื่อเจอน้ำ ความชื้น แสง ความร้อน และอากาศ (Niacinamide สามารถทนกรดได้ถึง pH 3 ปกติถ้าใช้ L-ascorbic acid 5% จะพอดีกับค่า pH ในสูตร
แต่ถ้า L-ascorbic acid มากกว่านี้ อาจจะทำให้ Niacinamide เสื่อมสภาพได้ แต่การเสื่อมสภาพของมันจะใช้เวลาหลายวัน)
วิธีทำ D.I.Y. vitamin C serum
สมมติเราจะทำเซรั่มในปริมาณ 30g กะว่าจะใช้ได้ 1 อาทิตย์ เราจะผสมโทนเนอร์ 85% กับ วิตามินซี 15% ละกันนะคะ
1.เทโทนเนอร์ที่ชอบลงในขวดแก้วในปริมาณ 25.5g
2.หยดกลีเซอรีนลงไป 1-3 หยด กลีเซอรีนเป็นสารกักเก็บและดูดความชื้นสู่ผิว และช่วยให้เซรั่มมีความนุ่มลื่นน่าใช้ (ถ้าหากเป็นคนผิวมัน ไม่ชอบความเหนอะ ไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้)
3.ผสมวิตามินซี 4.5 g ของปริมาณโทนเนอร์ทั้งหมดที่เตรียมไว้(ปริมาณวิตามินซี ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับผิวหน้า โดยผิวบอบบางควรเริ่มใช้วิตามินซีที่ 5%)
4.เขย่าเบาๆเพื่อให้วิตามินซี กลีเซอรีน และโทนเนอร์ให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลาประมาณ 10-15 วินาที
5.วัดค่า pH โดยให้ค่า pH อยู่ระหว่าง 3-4 (หากค่า pH ต่ำไป ให้เติมฮาดะ ลาโบะ เพิ่ม และหากค่า pH สูงไป ให้เติมวิตซีเพิ่ม)
ข้อแนะนำ
- ความเข้มข้นที่ทำให้วิตามินซีมีประสิทธิภาพคือ 5-20% ของส่วนผสมทั้งหมด แต่ห้ามเกิน 20% เนื่องจากวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดอาจจะทำให้ผิวไหม้ได้นะคะ
- L-ascorbic Acid ถึงแม้จะมีประสิทธิภาพมาก แต่ก็ไม่ค่อยเสถียรสักเท่าไหร่ เมื่อเจออากาศและแสงจะเกิดการ Oxidize จนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซึ่งจะทำให้วิตามินซีเสื่อมสภาพได้ จึงแนะนำให้เก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในขวดแก้วสีชา
-หากไม่มีเครื่องชั่งดิจิตอล แนะนำให้ใช้ช้อนชาก็ได้ค่ะ (โดยเทียบ 1 ช้อนชา เท่ากับ 5 ) เราจะใช้แค่ 4.5g ก็ไม่ต้องตักวิตามินซีให้พูนช้อนก็ได้ค่ะ
-หากไม่มีกระดาษลิตมัต จะไม่วัดค่า pH ได้มั๊ย คำตอบคือ จะไม่วัดก็ได้เพราะยังไงมันก็เป็นกรดอยู่แล้ว แต่ถ้าวัดได้ก็จะดีมากค่ะ เพื่อความแน่ใจเราก็จะได้ปรับความเป็นกรด-ด่างได้
วิธีทำก็ง่ายๆใช่มั๊ยล่ะคะ ถ้าอยากได้เซรั่มวิตามินซีราคาประหยัด ใช้ได้สบายเงินในกระเป๋า ไม่ต้องเสียตะดุ้งสะตังค์ไปซื้อเซรั่มวิตามินซีราคาแพง ก็ลองเอาไปทำดูนะคะ และอย่าลืมเลือกโทนเนอร์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวตัวเองด้วยนะคะ
เรียบเรียงข้อมูลโดย : www.dreamy-shop.com

We also provide analytical services and laboratory services to our customers. 3-O-Ethyl-L-ascorbic acid
ตอบลบ