
ไลโคปีนเดี่ยวๆจะมีประโยชน์น้อยมาก หากไม่อยู่ร่วมกับสารสกัดจากเบต้าแคโรทีน เรียกว่า phytonutrients ซึ่งเป็นสารที่พบในพืชผักและผลไม้ ทำให้พืชผักมีสี กลิ่นและรสชาติ สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดี มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่า ไลโคปีนสามารถป้องกันการทำลายของ DNA จึงช่วยป้องกันความเสื่อมและความผิดปกติของเซลล์ผิวหนังของคนเรา รวมทั้งสามารถต่อสู้กับเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากได้เป็นอย่างดี
นอกจากไลโคปีนในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว ไลโคปีนยังนำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ช่วยบำรุงผิว ในรูปแบบครีม โลชั่น หรือเจล เป็นต้น เมื่อรู้ประโยชน์ของสารสกัดไลโคปีนแล้วสามารถเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บำรุงผิวและสามารถป้องกันแสงแดดได้อย่างตรงตามความต้องการของผู้บริโภค
สารสกัดไลโคปีนช่วยป้องกันผิวจากแสงแดดได้อย่างไร
Olivier Aust และคณะ ประเทศเยอรมัน ได้ทำการศึกษาผลของ สารสกัดไลโคปีนกับอาสาสมัคร โดยให้อาสาสมัครรับประทานสารสกัดไลโคปีนประมาณวันละ 10 มก.ต่อวัน เวลา 12 สัปดาห์ พบว่าระดับซีรั่มที่มีไลโคปีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และในสัปดาห์ที่ 0, 4, และ 12 ผิวหนังร้อนแดงถูกกระตุ้นจากเครื่องจำลองแสงอาทิตย์ ผิวที่หลังของแต่ละคนได้รับการฉายรังสีให้มีค่า minimal erythema dose (MED) อยู่ที่ 1.25 ผิวหนังที่ร้อนแดงถูกประเมินก่อนและหลังการฉายรังสี 24 ชั่วโมงด้วยโปรแกรม chromametry และแสดงค่า a-values เป็นบวก (แกน-แดง/เขียว) ค่า a-values (ความแตกต่างของค่าก่อนและหลังการฉายรังสี 24 ชั่วโมง) ถูกใช้เป็นดัชนีบอกความหนาแน่นของความร้อนแดง ค่า a-values ที่ลดลง จากสัปดาห์ที่ 0 ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 12 แสดงให้เห็นว่าการป้องกันการเกิดผิวหนังร้อนแดงได้ก่อตัวขึ้น แสดงว่าสารสกัดไลโคปีนช่วยยับยั้งการดูดซึม อย่างสูงสุดที่ความยาวคลื่นของแสงยูวี การดูดซึมแสงยูวีนี้ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสง
ประโยชน์ของ Lycopene
1.ช่วยให้ผิวแข็งแรง ทนต่อการทำลายของแสงแดดได้มากขึ้น 3 เท่า จึงลดความรุนแรงของการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสง สามารถต่อต้านมะเร็งผิวหนัง และชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว
2.ลดอัตราการเกิดสิว ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน สิวผดเม็ดเล็กๆจะหายไปจากใบหน้าด้วยคุณสมบัติของเบต้าแคโรทีนที่ช่วยลดการอุดตันรูขุมขน
3.ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบนใบหน้า ที่เราเรียกว่าเลือดฝาด จึงทำให้ผิวสดใสมีชีวิตชีวา ผิวอมชมพู เปล่งปลั่ง ดูมีสุขภาพดี
4.ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากทุกประเภทได้ถึง 35%
5.ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก เพราะสามารถป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระทำปฏิกิริยาสร้างแผงที่ผนังเซลล์ที่อาจกลายเป็นเนื้อร้าย
6.ป้องกันความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
7.คนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ หากรับไลโคปีนเป็นประจำจะลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดตีบและหัวใจวาย
ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน : สามารถรับประทานไลโคปีน 16 g ต่อวัน ติดต่อกันนาน 10 สัปดาห์ จะทำให้อัตราการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสงอาทิตย์ลดลงถึง 40% จึงป้องกันการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสงอาทิตย์ได้
เรียบเรียงข้อมูลโดย : www.dreamy-shop.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น