bubyblog


สวัสดีค่ะชื่อบูนะคะ บูเขียนบล็อกเพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้เรื่องสุขภาพและความงาม เนื่องจากเป็นคนรักสวยรักงาม ชอบที่จะดูแลตัวเองตั้งแต่เด็ก ทำให้เวลาคนที่เจอเราชอบถามว่าทำไมหน้าใสจัง หน้าดูเด็กทั้งที่อายุก็วัยเบญจเพศแล้ว ตอนเด็กๆเราก็ดูแลดีอยู่แหละค่ะ แต่พอช่วงเข้าสู่วัยทำงาน ต้องเข้าเมือง เจอทั้งมลภาวะ ฝุ่น ควัน แถมยังเครียด ขาดออกกำลังกาย นอนดึก หน้าโทรม ริ้วรอยก็เริ่มมา พอเริ่มรู้ว่าความแก่มาเยือนละ เราก็รีบกลับมาดูแลตัวเองทันที ศึกษาข้อมูลสารต่างๆ พบสารที่น่าทึ่งมากมาย ทำให้เรารีบไปหาอาหารเสริมมาบำรุงตัวเองได้ทันเวลา ตอนนี้กำจัดเจ้าตัวร้ายที่ทำร้ายผิวเราได้ทันท่วงทีแล้วจ้า อยากรู้เคล็ดลับก็ตามมาอ่านบทความดีๆในบล็อกของเราได้นะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557

Pycnogenol และ Grapeseed กุญแจหลักของการมีผิวขาวใส

Pycnogenol (สารสกัดจากเปลือกสนมาริไทม์ฝรั่งเศส) และ Grape Seed (สารสกัดจากเมล็ดองุ่น) มีสารประกอบเชิงซ้อนที่สำคัญ เรียกย่อๆ ว่า OPC เป็นสารออกฤทธิ์ในกลุ่ม Bioflavonoids ที่มีฤทธิ์ต่อต้านและกำจัดอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง จึงได้ถูกเรียกว่า Super Antioxidant(สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ)  ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปในร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารสีแดงชื่อแอนโทไซยานิดิน สารกลุ่มนี้ ถูกดูดซึมจากกระเพาะอาหาร และลำไล้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วภายใน 20-30 นาที จากนั้นจึงกระจายไปสู่อวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ และยังคงอยู่ภายในร่างกายได้นาน (เนื่องจากมีค่าครึ่งชีวิต หรือ half life 7 ชั่วโมง)

สาร OPC สามารถสกัดได้ทั้งจากเปลือกสนฝรั่งเศสและเมล็ดองุ่นแดง ทั้งสองอย่างต่างให้ OPC เหมือนกัน มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวคือ มีศักยภาพในการบำรุงหลอดเลือด,บำรุงหลอดเลือดฝอยให้แข็งแรง,กระตุ้นการไหลเวียนของหลอดเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน,เส้นเลือดขอด ลดการเกิดโรคต้อกระจก และยังมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง OPC เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปซ่อมแซมจุดบกพร่องในยีนซึ่งเป็นต้นเหตุุของมะเร็งและเนื้องอก และยังเหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้เพราะสามารถต้านการหลั่งสารฮีสตามีนได้

และที่สำคัญกับผิวพรรณ OPC ช่วยรักษาและสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง ป้องกันผิวให้ทนต่อรังสี UV มากขึ้นกว่าปกติ, ต่อต้านการผลิตเม็ดสีเมลานิน ช่วยปรับผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผิวจะกระจ่างขาวใสมากขึ้น อีกทั้งยังเห็นผลอย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเรื่องฝ้า กระ ลดลงอย่างชัดเจนภายใน 16 สัปดาห์

สามารถทาน Pycnogenol และ Grapeseed ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกันโดยไม่มีอันตราย และปัจจุบันยังไม่พบปรากฏรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงของ Pycnogenol และ Grapeseed และยังไม่มีรายงานถึงปฏิกริยาที่เป็นพิษด้วยเช่นกันค่ะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าซื้อสารสกัดเมล็ดองุ่นยี่ห้อที่ไม่ได้ระบุค่าความเข้มข้น OPC ให้เลือกซื้อยี่ห้อที่มี OPC ระหว่าง 92-95% ส่วน Pycnogenol ให้ดูชื่อเครื่องหมายการค้าให้ดีว่าระบุชื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ไว้ครบถ้วนหรือไม่ และจำไว้ว่าหลังจากกิน Pycnogenol และ Grapeseed ไป 24 ชั่วโมง จะมีสารออกฤทธิ์อยู่ในร่างกายเพียง 28% ดังนั้นควรจะกินในเวลาเดียวกันทุกๆ วันค่ะ

Pycnogenol คือ สารสกัดจากเปลือกสนมาริไทม์ฝรั่งเศส  เป็นชื่อเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ถือเป็น super anti- oxidant สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่มีความสามารถที่สุด จะกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายก่อนที่จะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ในร่างกาย เรียกได้ว่า สวยทุกเซลล์เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอก

ในเปลือกสนมาริไทม์ฝรั่งเศส ประกอบด้วย Proanthocyanidin, Catechin และสารอินทรีย์อีกกว่า 40 ชนิด  อุดมไปด้วย OPC  มีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงโดยพบว่ามีประสิทธิภาพแรงกว่าวิตามีนซี 20 เท่า และแรงกว่าวิตามีนอี 50 เท่า นอกจากนี้ OPC เมื่อรับประทานร่วมกับวิตามีนซีจะช่วยเสริมฤทธิ์ให้วิตามีนซีคงตัวและออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น

Pycnogenol มีผลการวิจัยทางคลินิกที่ตีพิมพ์มากกว่า 100 บทความ การศึกษาและการตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 บทความ และได้รับการยอมรับในหลายประเทศด้านความปลอดภัยในการบริโภคด้วยผลการทดลอง ทาง คลินิกและข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ ผ่านการรับรองสถานะ GRAS (Generally Recognized As Safe) จากคณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา ว่ามีความปลอดภัยในการบริโภคอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานโดยไม่มีผลข้างเคียง ผลการวิจัยอย่างกว้างขวางได้แสดงให้เห็นว่า Pycnogenol เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ไม่เป็นพิษ ทรงพลัง และมีประสิทธิภาพ โดยมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย

ประโยชน์ของ Pycnogenol
1.ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี เพราะ Pycnogenol จะเลือกจับตัวกับเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว ช่วยปกป้องโครงสร้างผิวไม่ให้ถูกทำลายโดยเอนไซม์ที่สลายคอลลาเจนและอิลาสติน
2.ช่วยต่อต้านการผลิตเม็ดสีเมลานิน ปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำ กระ ฝ้า สีผิวไม่สม่ำเสมอจากการทำลายของแสง UV
3.ปรับผิวพรรณให้เนียนนุ่ม มีน้ำมีนวล ผิวดูอ่อนเยาว์ จากคุณสมบัติเพิ่มกรดไฮยาลูโรนิกในชั้นผิวหนังมากขึ้น นอกจากขาวใสแล้วยังลดเลือนริ้วรอยลึกได้อีกด้วย
4.มีสารป้องกันการอักเสบให้ผิว ซึ่งช่วยป้องกันผิวจากการถูกทำร้ายด้วยแสงแดด
5.ช่วยกระตุ้นความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของเซลล์เป็น 2 เท่า และช่วยดักจับอนุมูลอิสระที่อยู่ในกระแสเลือด
6. ลดความดันโลหิตสูง เพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังอวัยวะต่างๆ และลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ
7. ปรับปรุงและสร้างสมดุลคุณภาพของสเปิร์ม เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์
8. ลดความเจ็บปวดจากการบีบรัดตัวของมดลูกระหว่างมีประจำเดือน
9. เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเส้นเลือด ลดไขมันคอเลสเตอรอลและลดอุบัติการณ์โรคหลอดเลือดสมอง
10. ลดอาการวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก
11. ลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด หูอื้อ ลดเลือดออกไรฟัน แผลในปาก และอาการเริมที่ปาก
12. ปรับปรุงสายตาจากภาวะจอประสาทตาเสื่อม บรรเทาอาการโรคสมาธิสั้น ลดความเครียดและเพิ่มพลังงานให้เซลล์ต่างๆในร่างกาย

ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน : โดยทั่วไป ขนาดรับประทานของ Pycnogenol คือ 1 mg ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น มีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ให้รับประทาน 50 mg อย่างไรก็ตามการรับประทานในขนาด 100 mg - 200 mg จะได้ผลในการบำรุงผิวที่เด่นชัดกว่าโดยที่ไม่เกิดอันตราย หากต้องการทานเพื่อรักษาโรค เช่น เบาหวาน เส้นเลือดขอด ควรรับประทาน 300-500 mg

-----------------------------------------------------------------------------------

มาต่อกันที่เจ้าตัว Grape Seed กันนะจ๊ะ

Grape Seed Extract คือ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ถือเป็น super anti- oxidant สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระอีกหนึ่งตัว โดยทั่วไปได้จากเมล็ดขององุ่นแดง สารที่มีประโยชน์ที่รวมอยู่ในสารสกัดจากเมล็ดองุ่นคือ  phenolic compound เช่น flavonoids หรือ polyphenol อุดมไปด้วย OPC ที่มีประสิทธิภาพแรงกว่าวิตามีนซี 20 เท่า และแรงกว่าวิตามีนอี 50 เท่า นอกจากนี้ OPC เมื่อรับประทานร่วมกับวิตามีนซีจะช่วยเสริมฤทธิ์ให้วิตามีนซีคงตัวและออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น


ประโยชน์ของ Grape Seed
1.ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสี ซึ่งเป็นสาเหตุของฝ้า กระ ใบหน้าหมองคล้ำ
2.ช่วยลดความเข้มของสีผิวบริเวณที่ดำคล้ำลง บำรุงผิวพรรณให้ขาวใส เปล่งปลั่ง
3.ยับยั้งการสร้าง อนุมูลอิสระได้ ส่งผลให้เซลล์มีอายุยาวนานขึ้น ผิวหนังเสื่อมสภาพช้าลง ลดริ้วรอย
4.ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความแก่และความหยาบกร้านของเซลล์ผิว โดยสามารถรวมตัวได้ดีกับคอลลาเจน จึงทำให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรง ไม่เหี่ยวย่น
5.ช่วยทำให้เส้นเลือดดำไหลเวียนได้ดีขึ้น จึงบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพอง รวมทั้งริดสีดวงทวารอีกด้วย
6.ช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด เนื่องจากสาร OPC มีคุณสมบัติในการต้านสาร histamine ทำให้เนื้อเยื่อแข็งแรง ปกป้อง mast cell ไม่ให้ถูกโจมตี
7.ช่วยการหายของบาดแผลจากผลการเพิ่มภูมิคุ้มกัน
8.ป้องกันสมองเสื่อม OPC สามารถผ่านแนวกั้นสมองได้ จึงป้องกันสมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
9.การแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย ลดอาการหย่อนสมรรถภาพ ซึ่งมักพบในชายอายุเกิน 45 ปี
10.ป้องกันการเสื่อมของดวงตา ต้อกระจก ตาเสื่อมจากเบาหวานช่วยให้สายตาปรับการมองเห็นในที่มืดได้ดี
11.ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย
12.ป้องกันโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ

ปริมาณแนะนำให้บริโภคต่อวัน : การเลือกใช้สารสกัดจาก เมล็ดองุ่น ต้องดูปริมาณของสารออกฤทธิ์ เพื่อให้ได้ผลคุ้มค่า คือ ควรมีปริมาณสาร OPC สูงประมาณ 92-95% ขนาดที่ใช้ในการรักษาสุขภาพ คือ วันละ 50-100 mg แต่ในกรณีที่ใช้บำบัดโรค ต้องใช้ขนาดสูงถึงวันละ 150-300 mg

เรียบเรียงข้อมูลโดย : www.dreamy-shop.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น