ขออธิบายสารแต่ละตัวที่ช่วยทำหน้าในการรักษาฝ้า กระ เลยละกันนะคะ
สารสกัดจากเปลือกสน (Pycnogenol) ช่วยต่อต้านการผลิตเม็ดสีเมลานิน ปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำ กระ ฝ้า สีผิวไม่สม่ำเสมอจากการทำลายของแสงแดดได้
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape seed extract) ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสี ซึ่งเป็นสาเหตุของฝ้า กระ ใบหน้าหมองคล้ำ โดยลดความเข้มของสีผิวบริเวณที่ดำคล้ำลง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวใส
สารสกัดจากมะเขือเทศ (Lycopene) สารธรรมชาติที่มีสีแดงกลุ่มแคโรทินอยด์ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ทนต่อการทำลายของแสงแดดได้มากขึ้น 3 เท่า จึงลดความรุนแรงของการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสงแดด โดยในบุคคลที่ได้รับสารไลโคปีน 16 g ต่อวัน จะทำให้อัตราการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสงอาทิตย์ลดลงถึง 40% หลังจากรับประทานมะเขือเทศติดต่อกันนาน 10 สัปดาห์
NAC (N-acetyl- cysteine) เป็นสารตั้งต้นของ Glutathione ไม่สามาถพบตามธรรมชาติในอาหาร ต้องกินจากวิตามินเสริมเข้าไปเท่านั้น เป็นสารที่ให้ Sulfhydryl group เพื่อให้ Glutathione มีความสามารถเพียงพอในการกำจัด Toxic metabolites โดย NAC จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง Glutathione ขึ้นมาเอง ซึ่งช่วยล้างสารพิษที่ตับและต้านอนุมูลอิสระ ช่วยควบคุมการผลิตเม็ดสีเมลานินในร่างกาย ส่งผลให้ผิวพรรณสว่างใสขึ้น
กรดอัลฟ่าไลโปอิค (ALA) ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินในร่างกาย ช่วยลดจุดด่างดำที่ผิวหนัง และชะลอความเสื่อมของผิว จากการที่กรดอัลฟ่าไลโปอิกดึงกลูต้าไธโอนกลับมาในฟอร์มที่ใช้งานได้อีกครั้ง
วิตามินซี (Vitamin c) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยปกป้องเซลล์และเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกาย ช่วยเสริมความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน โดยช่วยสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น
หลักๆก็จะมีอยู่ 6 ตัวนี้ค่ะ ที่ช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าให้แนะนำก็กินแค่ 3 ตัวก็พอจะช่วยได้ค่ะ นั่นก็คือ Pycnogenol 100 mg , Lycopene 15 mg และ NAC (ตัวนี้จะมีกลิ่นฉุนหน่อยนะคะ หากใครกลัวว่าจะทานไม่ไหวก็ทาน ALA แทนได้ค่ะ) ที่สำคัญควรกินวิตามินซีร่วมด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของสารตัวอื่นได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะ Pycnogenol คนที่เป็นฝ้าควรเสริมสารสกัดชนิดนี้เข้าไปในร่างกายนะคะ
นอกจากนี้ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ โดยต้องเลือกใช้ชนิดที่เหมาะสมกับปัญหาของตัวเรา ในกรณีที่มีปัญหา กระ หรือ ฝ้า ควรเลือก ครีมกันแดด ที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB สำหรับค่า SPF ควรมีค่าประมาณ 15 ถึง 30 หรือสูงกว่าขึ้นไป ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ครีมกันแดด บนผิวหน้ายังมีปริมาณที่เพียงพอต่อการป้องกันแสงแดด ไม่ได้จางหายไปกับเหงื่อที่มักจะถูกซับด้วยทิชชู่ ข้อแนะนำเพิ่มเติมในคนที่มีสภาพผิวหน้าแบบผิวมันเป็น สิว ง่าย ควรเลือกใช้ ครีมกันแดด ที่เป็นสูตร silicone-based หรือไม่ก็สูตร water-based และควรอยู่ในรูปของเจลหรือโลชั่นจะเหมาะสมกว่าในรูปของครีมนะคะ
เรียบเรียงข้อมูลโดย : www.dreamy-shop.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น