bubyblog


สวัสดีค่ะชื่อบูนะคะ บูเขียนบล็อกเพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้เรื่องสุขภาพและความงาม เนื่องจากเป็นคนรักสวยรักงาม ชอบที่จะดูแลตัวเองตั้งแต่เด็ก ทำให้เวลาคนที่เจอเราชอบถามว่าทำไมหน้าใสจัง หน้าดูเด็กทั้งที่อายุก็วัยเบญจเพศแล้ว ตอนเด็กๆเราก็ดูแลดีอยู่แหละค่ะ แต่พอช่วงเข้าสู่วัยทำงาน ต้องเข้าเมือง เจอทั้งมลภาวะ ฝุ่น ควัน แถมยังเครียด ขาดออกกำลังกาย นอนดึก หน้าโทรม ริ้วรอยก็เริ่มมา พอเริ่มรู้ว่าความแก่มาเยือนละ เราก็รีบกลับมาดูแลตัวเองทันที ศึกษาข้อมูลสารต่างๆ พบสารที่น่าทึ่งมากมาย ทำให้เรารีบไปหาอาหารเสริมมาบำรุงตัวเองได้ทันเวลา ตอนนี้กำจัดเจ้าตัวร้ายที่ทำร้ายผิวเราได้ทันท่วงทีแล้วจ้า อยากรู้เคล็ดลับก็ตามมาอ่านบทความดีๆในบล็อกของเราได้นะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557

Hyaluronic Acid

Hyaluronic Acid สาร Moisturizer สำคัญที่ได้ชื่อว่าเป็นกุญแจสู่ผิวสวย โดย Hyaluronic Acid  คือ น้ำไขข้อที่ล้อมรอบข้อต่อกระดูกอ่อน เลนส์ตา และเนื้อเยื่อผิวหนัง ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองจากเซลล์ fibroblast ในร่างกายมนุษย์ มีลักษณะเหมือนเป็นเจลเชื่อมอยู่ระหว่างเซลล์ต่างๆของเรา โดยทั่วไปจะพบอยู่มากที่บริเวณจุดเชื่อมต่อ ข้อต่อ ข้อเข่า เนื้อเยี่อ เซลล์ผิวหนัง โดยมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี (โดยเฉพาะที่ข้อต่อ ข้อเข่าต่างๆ) และเพิ่มความยืดหยุ่นความชุ่มชื่นให้แก่เซลล์ผิวหนัง เพราะไฮยาลูรอนิกทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำให้แก่เซลล์ มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีมาก มีลักษณะคล้ายกับฟองน้ำที่สามารถซึมซับน้ำ และพองตัวได้เป็นพันๆ เท่าของขนาดตัวของมันเอง จึงเป็นสารสำคัญที่ช่วยพยุงผิวให้คงตัว มีความแน่นและเนียนนุ่ม ไม่มีร่องริ้วรอย

แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราสามารถผลิตกรดไฮยาลูรอนิคได้น้อยลง โดยตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป ระดับกรดไฮยาลูรอนิคในร่างกาย จะเริ่มลดลงเรื่อยๆ จนเมื่อเราอยู่ในวัย 60 ปีขึ้นไป จำนวนกรดไฮยาลูรอนิค ในร่างกายเหลือเพียงแค่ 10% เมื่อเทียบกับจำนวนกรดไฮยาลูรอนิค ในคนวัยหนุ่มสาวเท่านั้น ส่งผลให้เซลล์ผิวขาดความยืดหยุด ความชุ่มชื้น หยาบกร้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อม จึงทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น  และความแก่ชราก็จะปรากฏชัดขึ้นตามจุดต่างต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบนใบหน้า เช่น บริเวณรอบดวงตา มุมปาก ร่องแก้ม ฯลฯ
 

หากร่างกายขาดไฮยาลูรอนิคก็จะส่งผลให้ปวดข้อเข่าข้อต่อ ทำให้เกิดอาการปวดเวลาเดินเพราะไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสี ระหว่างกระดูกข้อต่อนั่นเอง และอาจส่งผลให้เซลล์ผิวขาดความยืดหยุด ความชุ่มชื้น หยาบกร้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อม จึงทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น  และความแก่ชราก็จะปรากฏชัดขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ส่งเสริมให้ไฮยาลูรอนิกในผิวยิ่งลดน้อยลง นั่นคือ การสูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียป็งพอ ตากแดดเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งคนที่ผ่านการทำเลเซอร์บ่อยๆ เหล่านี้เป็นตัวเร่งให้ไฮยาลูรอนิคเสื่อมสภาพก่อนเวลาที่ควรจะเป็น ดังนั้นไฮยาลูรอนิกจึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดในการลดเลือนริ้วรอย ใช้ในเครื่องสำอางค์ หรือแม้แต่ในรูปอาหารเสริม รวมถึงใช้ในการแพทย์ (เป็น filler ไว้ฉีดเข้าหน้า) เกิดจาก biotechnology จากการบ่มของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่ปลอดภัยค่ะ

ประโยชน์ของ Hyaluronic acid 
1.ช่วยบำรุงผิวหน้าก็จะดูอ่อนกว่าเยาว์ เนียนเรียบขึ้น ลดเลือนริ้วรอยตื้นๆได้ดีมากรวมถึงริ้วรอยลึกให้แลดูอิ่มเอิบ ผิวจะนุ่มนวลไปทั่วร่างกาย
2.เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าและผิวกายโดยไม่ทำให้ผิวหน้าเกิดความมันเยิ้ม
3.บรรเทาอาการปวดตึงบริเวณข้อต่อ
4.ช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วขึ้นถึง 80% ทำให้ผิวสามารถที่จะสมานและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น ช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง
5.ป้องกันและบรรเทาอาการปวดข้อเข่าและข้อเสื่อมของเนื้อเยื่อข้อต่อกระดูก
6.บรรเทาอาการตาแห้งที่เกิดจากการจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆได้ นอกจากนี้ ยังมีอาการตาแห้งที่มักจะเกิดในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน จากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนหมดไปจากร่างกาย จึงทำให้ผิวหนัง ช่องคลอดและดวงตาแห้งไปหมด
7.ปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวีบี ซึ่งทำให้เกิดจุดด่างดำ กระฝ้าตามมา
8.ช่วยเพิ่มการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิวและช่วยกำจัดของเสียออกจากเซลล์

ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน : ควรรับประทานวันละ 100 mg กรณีผิวขาดความชึ่มชื้นสามารถทานได้วันละ 200 - 400 mg

เรียบเรียงข้อมูลโดย : www.dreamy-shop.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น